แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จัดหนัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จัดหนัก แสดงบทความทั้งหมด

7/29/2556

แม่หม้าย

มี"แม่หม้าย"อยู่คนหนึ่งซึ่ง"สามีแกตาย"..แต่แก"ยังสาว"อยู่..
เกิดเหงาขึ้นมาเลยอยากได้"สามีใหม่"..โดยต้องมีคุณสมบัติดังนี้..
1.ไม่ทำร้ายทุบตีผู้หญิง
2.ไม่หนีไปเที่ยวกลางคืน
3.ต้องเก่งเรื่องบนเตียง(SEX)
แล้ววันรุ่งขึ้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นแม่หม้ายก็เลยไปเปิด..

แม่หม้าย - สวัสดีค่ะ..มาหาใครค่ะ

ชายนิรนาม - ผมมาสมัครเป็นสามีคุณครับ

แม่หม้าย - คงจะไม่ได้หรอกค่ะ..ก็คุณ.."พิการ"..นี่ค่ะ

ชายนิรนาม - ทำไมล่ะครับ..ก็ผมมีคุณสมบัติครบนะครับ

แม่หม้าย - ข้อ1. คุณต้อง"ไม่ทำร้ายทุบตีผู้หญิง"นะค่ะ

ชายนิรนาม - ผมทำได้แน่นอน..เพราะ"ผมไม่มีแขน"นี่ครับ

แม่หม้าย - ข้อ2. คุณต้อง"ไม่หนีเที่ยวกลางคืน"นะค่ะ

ชายนิรนาม - ผมทำได้อยู่แล้ว..เพราะ"ผมไม่มีขา"..นะครับ
อย่าว่าแต่"กลางคืน"เลย.."กลางวัน"ก็ไม่ไปครับ..

แม่หม้าย - แล้ว..ข้อ3. ล่ะ"ต้องเก่งเรื่องบนเตียง"นะ(อันนี้สำคัญมากๆ)

ชายนิรนาม - คุณผู้หญิงลองคิดดู.."ผมไม่มีแขนไม่มีขา"...
แล้วผมเอา.......อะไร..???เคาะประตู..(ยิ้ม)

7/11/2556

แก่แล้วขี้ลืม

สองสามีภรรยาวัยชรามีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องจำอะไรไม่ค่อยได้ จึงชวนกันไปหาหมอ หลังจากเช็คโดยละเอียดแล้วหมอบอกว่าสภาพร่างกายของคนไข้ทั้งสองเป็นปกติ ส่วนเรื่องความจำนั้นมันเป็นไปตามวัย หมอช่วยอะไรไม่ได้ แต่แนะนำให้ผู้เฒ่าทั้งสองใช้วิธีจดทุกสิ่งทุกอย่างในกระดาษแทนความจำ
ค่ำวันเดียวกันนั้นระหว่างที่สองผู้เฒ่ากำลังนั่งดูรายการทีวี ฝ่ายสามีลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำถ้าจะเดินไปทางห้องครัว
"นั้นตาจะไปไหน ?" ภรรยาเอ่ยถาม
"ไปหาอะไรกินในครัวหน่อย" สามีบอก
"งั้นช่วยตักไอศกรีมในตู้เย็นให้ฉันด้วยสิ"
"ได้ ยาย" สามีว่า
"แล้วไม่เอากระดาษมาจดรึ ? เดี๋ยวก็ลืมหรอก"ภรรยาเตือน
"ไม่ต้องหรอก แค่นี้จำได้" สามียืนยัน
"แต่ฉันอยากให้เอาสตอเบอรี่ใส่มาบนไอศกรีมด้วยนะ จดใส่กระดาษเถอะ ฉันรู้ว่าตาจำไม่ได้หรอก"
"ทำไมจะจำไม่ได้" สามีว่า "ยายจะเอาไอศกรีมแล้วให้ใส่สตอเบอรี่ด้วยใช่ไหมล่ะ ? "
"ใช่ แต่ต้องเอาวิปครีมราดหน้าก่อนนะ มันหลายอย่างตาจดใส่กระดาษเถอะ"
"ไม่ต้อง ไม่ต้องจด ฉันจำได้" สามีบอกเสียงเขียวก่อนเดินเข้าไปในครัว
เขาหายไปราว 20 นาที ก็กลับมาพร้อมด้วยจานไข่ดาวกับไส้กรอก ฝ่ายภรรยาจ้องมองจานก่อนเงยหน้าต่อว่าสามี
"เห็นไหมบอกให้จดก็ไม่จด ลืมขนมปังปิ้งของฉันจนได้ !!"

7/05/2556

ปรอทวัดไข้

ณ. คลีนิคแห่งหนึ่ง ได้มีสาวสวยคนหนึ่งมารับการรักษาเมื่อถึงคิวเข้าพบหมอ

หมอ: สวัสดีคับ เป็นอะไรครับ
สาว: คุณหมอค๊ะ ดิฉันรู้สิกไม่ค่อยสบายสงสัยจะเป็นไข้ค่ะ

จากนั้นหมอจึงได้หยิบปรอทวัดไข้มาแล้วบอกคนไข้ว่า

หมอ: อมปลอดนี่ไว้ใต้ลิ้นนะครับ
สาว: คงไม่ได้หลอกค่ะหมอปากดิฉันเป็นแผล อมแล้วต้องเจ็บแน่ๆ
หมอ: งั้นเปลี่ยนอันใหม่นะครับ เอออันนี้ไว้ใค้ลักแร้นะครับ
สาว: เออคุณหมอค๊ะคือดิฉันบ้าจี้มากๆ เลยค่ะคงจะไว้ที่นี่ไม่ได้หลอกค่ะ
หมอ: งั้นก็มีที่วัดทางก้นได้ทางเดียวแล้วนะครับจะวัดได้ไหมครับ
สาว: ก็ได้ค๊ะทางก้น ก็ทางก้น แต่คุณหมอต้องปิดไฟนะค๊ะดิฉันอายค่ะ

หมอจัดการปิดไฟจนมืดและทำการวัดไข้ ทันใดนั้นสาวสวยก็ร้องขึ้นมาว่า

สาว: ว๊าย ! คุณหมอนั่นมันไม่ไช่ก้นน๊ะค๊ะ
หมอตอบเสียงสั่นๆ ไปว่า ” ไม่เป็นไรครับอันนี้มันก็ไม่ไช่ปรอทเหมือนกัน ”

เชื่อในพระเจ้า

บิ๊กประกาศตัวเองว่า เป็นคนที่ไม่เชื่อในพระเจ้า เขาไม่นับถือศาสนาอะไร แม้แต่ศาสนาที่ไม่ถือพระเจ้าเอง เขาก็ไม่นับถือ อันที่จริงเขาเชื่อถือแต่ตัวเอง

วันหนึ่งบิ๊กไปเที่ยวป่า เที่ยวชมธรรมชาติ ท้องฟ้า น้ำตก ลำธาร ภูเขา ผีเสื้อ นก .. เขาหลับตาเพื่อจะฟังเสียงแห่งป่าเขา แต่.. ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงร้องก้องคำรามอยู่ไม่ไกลจากตัวเองนัก

บิ๊กลืมตาก็เห็นเสือโคร่งตัวหนึ่งอยู่ตรงหน้า แลบลิ้นเลียไปมา น้ำลายสอ และกำลังเดินเข้ามาหาบิ๊กอย่างช้า ๆ

บิ๊กรีบวิ่งหนี และ เสือโคร่งก็วิ่งตาม จนถึงหน้าผาแห่งหนึ่ง ไม่มีทางหนีไปต่อได้

บิ๊กทรุดตัวลง จิตใจสับสนเป็นที่สุด เมื่อไม่รู้จะหาทางออกได้อย่างไรจึงร้องตะโกนว่า "พระเป็นเจ้าช่วยข้าด้วย"

สิ้นเสียงร้อง.. ดูเหมือนทุกอย่างหยุดนิ่ง ลมหยุดพัด น้ำในลำธารหยุดไหล นกหยุดบิน ลอยตัวค้างอยู่ในท้องฟ้า รวมถึงเจ้าเสือโคร่งนั้นด้วย

บิ๊กมองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็เห็นแสงเรืองรอง มองไม่ชัดว่าเป็นอะไรแต่มีเสียงดังออกมาจากแสงนั้นว่า "ข้าคือพระเจ้า แม้เจ้าจะไม่เชื่อถือในพระเจ้า แต่ข้าก็เฝ้าดูเจ้าตลอดมา เห็นเจ้าเรียกร้องให้ข้าช่วย ข้าจึงปรากฏให้เห็น"

บิ๊กรู้สึกผ่อนคลายขึ้น ตอบพระเจ้าไปว่า "ขอบคุณพระเจ้า ขอให้ท่านช่วยให้ข้าพเจ้าให้ไปจากที่นี่ด้วยเถิด แต่ข้าพเจ้าไม่อยากเปลี่ยนศาสนา ข้าพเจ้ายังนับถือตัวเองเป็นที่สุดอยู่"

พระเจ้าคิดเล็กน้อย แล้วตอบไปว่า "ถ้าเช่นนั้น ข้าจะให้พรเจ้า 1 ข้อเท่านั้น ขอให้อธิษฐานอย่างชัดเจน แล้วคำขอที่เจ้าว่ามา จะเป็นจริงตามนั้น"

บิ๊กคิดในใจ 'ศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี มีเมตตา แต่เราไม่ต้องการเปลี่ยนศาสนา แล้วก็ไม่อยากขอพรให้เป็นบุญคุณกันด้วย เอาแบบนี้ละกัน win-win.... ' แล้วอธิษฐานว่า "ขอให้เจ้าเสือโคร่งตัวนี้นับถือศาสนา และเชื่อในพระเจ้าด้วย"

สิ้นคำอธิษฐาน เวลาที่หยุดนิ่งก็กลับเดินใหม่ ลมเริ่มพัด น้ำในลำธารไหล นกบินในท้องฟ้า และเสือโคร่งก็เริ่มขยับ

เจ้าเสือโคร่งหมอบลงกับพื้น ก้มหัวลงแล้วคิดในใจว่า ขอบคุณพระเจ้า สำหรับอาหารมื้อนี้

ตกปลา

A : เมื่อวานผมไปตกปลามาด้วยนะพี่ !
B : หรออื้มแล้วได้กี่ตัว ละ
A : 1 ตัวเอง
B : แล้วฆ่ายังละ ?
A : ฆ่าแล้วพี่ แต่ มัน ก็ไม่ตาย
B : แล้วฆ่ายังไง ละ
A : ผมจับหัวมันกดน้ำ (:
B : เออดี อย่าให้มันได้มีอากาศหายใจ ถุย !!!

6/08/2556

ไม่เต็มบาท

มีผู้หญิงอยู่คนหนึ่งกำลังขับรถจะออกไปต่างจว. รถดันเสียระหว่างทางและในบริเวณที่รถเสียก็ดันเป็นทะเลทรายซึ่งดูแล้วก็มีบ้านคนอยู่แค่หลังเดียวแถวนั้น
ผู้หญิงจึงเดินไปที่บ้านหลังนั้นเพื่อขอร้องให้เจ้าของบ้านช่วย 
เจ้าของบ้านซึ่งเป็นผู้ชายมีอายุอาศัยอยู่กับลูกชายสามคนก็ได้ช่วยซ่อมรถให้ 
และก็ได้บอกกับผู้หญิงว่าต้องนอนค้างที่บ้านของเขาเพราะรถนั้นจะเสร็จก็พรุ่งนี้ 
เจ้าของบ้านให้ผู้หญิงนอนห้องตรงข้ามกับห้องลูกชายและบอกกับผู้หญิงว่าห้ามเข้าไปทำอะไรลูกชายเพราะลูกชายทั้งสามคนของเขานั้นเอ๋อ..(ไม่เต็มบาท)

ตกดึกผู้หญิงเกิดมีอารมณ์ขึ้นมา จึงเดินไปเข้าห้องลูกชายคนแรก
และก่อนที่จะมีอะไรกันผู้หญิงก็บอกกับผู้ชายว่า "ต้องใส่ถุงยางนะ ถ้าไม่ใส่ฉันจะท้อง"
คนแรกจึงทำตาม ต่อมาก็เข้าห้องคนที่สองและสามและก็บอกเหมือนกันทั้งสามคน
หลังจาก 20 ปี ผ่านไปชายสามคนเริ่มมีอายุมากขึ้น
ทุกคนก็นั่งกันอยู่หน้าบ้านคนแรกนึกขึ้นมาได้จึงเอ่ยขึ้นว่า
"เฮ้..จำผู้หญิงที่เคยมาพักที่บ้านเราเมื่อ 20 ปี ทีแล้วได้ไหม?"
คนที่สองตอบ "อ้อ..จำใด้"
และคนแรกจึงถามอีกว่า "นายคิดว่าป่านนี้เขาจะท้องไหม?"
คนที่สามจึงตอบว่า "คงไม่ท้องแล้วมั้ง"

คนแรกตอบ "ถ้างั้นเราก็น่าจะถอดถุงยางออกได้แล้วมั้ง" 

อาแปะ กับ โจรสลัด

กาลครั้งหนึ่ง..มีอาแปะคนหนึ่งล่องเรือสำเภาค้าขายไปทั่ว 
ไม่ว่าจะเป็นหัวเมืองน้อยใหญ่ที่อยู่ชายทะเล 
วันหนึ่งอาแปะล่องเรือเห็นเกาะ ๆ หนึ่งน่าสนใจ 
คิดว่าวันนี้วันนี้เราขายของเราได้อีกแล้ว จึงเอาเรือของเขาเทียบที่เกาะ ๆ นั้น 
อาแปะหารู้ไม่ว่าเกาะนั้นเป็นเกาะของโจรสลัดที่ชอบเที่ยวออกปล้นสดมภ์
เป็นคราวเคราะร้ายของอาแปะซะแล้ว 
เมื่ออาแปะเอาเรือสำเภาเทียบท่า 
โจรสลัดก็กรูกันลงมายึดเรือของอาแปะทันทีและจับตัวอาแปะไว้เพื่อที่จะนำไปให้หัวหน้าโจรสลัด

เมื่ออาแปะถูกนำตัวไปถึงหัวหน้าโจรสลัด
หัวหน้าโจรสลัดเห็นอาแปะแต่งตัวดูภูมิฐาน ใส่เสือ Vercase คาดนาฬิกา Rolex รองเท้า Timberland
ก็เกิดอยากได้จึงเอ่ยปากขอกับอาแปะว่า.....

โจรสลัด : แปะ..อั๊วอยากได้นาฬิกาลื้อ..
อาแปะ : อั๊ว..ไม่ให้
โจรสลัด : ลื้อไม่ให้..อั๊วยิง..
อนิจจา..อาแปะเลยต้องให้นาฬิกาไป เท่านั้นยังไม่พอ
โจรสลัด : อาแปะ...อั๊วอยากได้รองเท้าลื้อ..
อาแปะ : อั๊ว..ไม่ให้
โจรสลัด : ลื้อไม่ให้..อั๊วยิง..
อาแปะเลยต้องให้รองเท้า Timberland แสนรักให้กับโจรสลัดไป
โจรสลัด : อาแปะ...อั๊วอยากได้เสื้อผ้าลื้อ..
อาแปะ : อั๊ว..ไม่ให้
โจรสลัด : ลื้อไม่ให้..อั๊วยิง..
อาแปะเลยต้องให้เสื้อผ้าไป ....ปกติอาแปะเป็นคนไม่ชอบใส่กางเกงในเมื่อถูกถอดเสื้อผ้าแล้วแปะก็เหลือแต่แปะน้อย
โจรจึงคิดอุบายแกล้งอาแปะผู้น่าสงสารต่อ...โจรสลัด : อาแปะ จัดการถั่วดำลูกน้องข้าที่มันเป็นเกย์เดี๋ยวนี้
อาแปะ : อั๊ว..ไม่ทำ
โจรสลัด : ลื้อไม่ทำ กูยิง

อาแปะจึงจำใจกระทำโดยที่ไม่เต็มใจซักเท่าไหร่
เวลาผ่านไปได้สักครู่
หัวหน้าโจรสลัดจึงพูดขึ้นว่า
โจรสลัด : แปะหยุดทำ...ไม่หยุดมุงตาย

อาแปะ : แฮ่ก แฮ่ก ๆ... อั๊วยอมตายยยยย

สัตว์เลี้ยง

คุณครูคุยกับเด็กนักเรียนอนุบาล 1 ระหว่างคอยผู้ปกครองมารับกลับบ้าน 
"ที่บ้านหนูเลี้ยงสัตว์อะไรบ้างคะ" คุณครูถาม 
"มีหมาแค่ตัวเดียวค่ะ แต่ข้างบ้านเขาเลี้ยงตั้งหลายอย่างค่ะ 
มีนก แมวชะนีก็มีค่ะ" หนูน้อยเล่า 
"แล้วหนูชอบอะไรมากที่สุดคะ" ! 
"ชอบนกกับปลาสวยๆ คะ" 

"เหรอคะ แล้วคุณพ่อคุณแม่ละคะชอบอะไร" ครูถามต่อ 
"คุณพ่อชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบสัตว์อะไรซักอย่าง.."หนูน้อยส่ายหน้าเมื่อพูดถึงคุณพ่อ"

ส่วนคุณแม่..เห็นคุณพ่อพูดอยู่เรื่อยเลยว่าคุณแม่ชอบแรดค่ะ.."

มีทุกเมนู

ก้องไปร้านอาหารร้านหนึ่ง หลังจากนั่งลงบริกรก็เดินมารับออร์เดอร์

"ขอเมนูหน่อยครับ" ก้องบอกบริกร "ไม่จำเป็นต้องใช้หรอกครับ

ร้านเรามีรายการอาหารทุกเมนูครับ ท่านอยากสั่งอะไรก็ว่ามาเลยครับ"

บริกรตอบ "อ้าว ถ้าไม่มีเมนูมาให้ดู แล้วจะรู้ได้ยังล่ะไงว่าร้านนี้

จะมีรายการอาหารที่ผมอยากลองหรือเปล่าน่ะ" ก้องสงสัย

"ไม่เป็นไรครับ ร้านของเรามีทุกอย่าง ทุกเมนู คุณสั่งมาได้เลยครับ"

บริกรอวด"วะ อะไร มันจะเป็นไปได้ไง งั้นผมสั่งแซนด์วิชไส้เนื้อจระเข้อ่ะ"

ก้องแขวะให้ "ได้ครับ รอสักครู่นะครับ" พนักงานรับออร์เดอร์แล้วหายไปพักหนึ่ง

ทิ้งให้ก้องงง ๆ อยู่ตรงนั้น สักพักพนักงานก็วิ่งกระหืดกระหอบมา

"ขอโทษนะครับ เมนูนี้เราไม่สามารถจัดให้ได้" บริกรบอกก้อง

"ไหนว่ามีทุกเมนูไงวะ" ก้องแขวะให้อีกที

"คือ... มีทุกเมนูจริงนะครับ แต่ว่า วันนี้ ขนมปังเราหมดร้านแล้วครับ"

ละลายในปาก ไม่ละลายในมือ

กาลครั้งหนึ่งไม่นานเท่าไหร่หรอก หญิงนางหนึ่งถูกสาปไว้

ถ้าจับสิ่งใดขอให้หลอมละลายกลายเป็นไอน้ำ
พระราชาเป็นห่วงบุตรีหาวิธีแก้ไขอย่างไรก็มิหาย หมดหนทางที่จะช่วยบุตรี
แต่จู่ ๆ ก็มีนางฟ้ามาปรากฏกายขึ้นและก็จะถอนคำสาปให้หายโดยพลัน
แต่นางมีข้อแม้อย่างหนึ่งว่าจะต้องมีชายคนหนึ่งหาสิ่งใดก็ได้มาให้บุตรีจับ
แล้วไม่ละลาย คำสาปนั้นจึงจะหายไป
พระราชาไม่รอช้ามุ่งหน้าป่าวประกาศโดยพลัน
หากชายใดสามารถถอนคำสาปได้ใน 1 วัน
ฉันจะยกลูกสาวให้เจ้าไป

จนสามารถคัดเลือกเหลือ 3 คน

คนที่หนึ่งจึงเริ่มเอาของดีมาแก้ไข
หยิบโครตเพชรเม็ดงามให้ ทรามวัย
เจ้าหญิงจึงยื่นมือไปแล้วแตะในทันที
ยังไม่ทันจะแตะได้เต็ม
มือ เพชรก็หายละลายไปสิ้น
ฉันเสียใจด้วยจริงๆ
เพชรเม็ดนี้ต้องละลายไป
เจ้าหญิงกล่าว

ชายคนที่สองรองถัดมา
ก็เดินมาเบื้องหน้าของเจ้าหญิง
ยื่นเหล็กแหลมแข็งแกร่งไม่อ่อนนิ่ม
ให้เจ้าหญิงลองจับสัมผัสดู

แต่แล้วมันก็ละลายหายไปหมด
เธอก็อด ตกรอบไปเสียสิ้น

คนสุดท้ายเดินมาตัวปล่าวไม่มีทรัพย์สิน
บอกเจ้าหญิงจงเอามือล้วงลงไปในกางเกง
เจ้าหญิงจึงล้วงลงไปในกางเกงของชายผู้นั้น
หน้าเจ้าหญิงก็เริ่มแดง ด้วยความเขินอาย
แล้วจึงรีบดึงมือออกโดยพลัน หันมาบอกราชา
เสด็จพ่อเพคะ ...มัน....
มัน..มันยังแข็งอยู่เลยค่ะ
ในที่สุดชายคนที่ 3 ก็ได้เป็นผู้ชนะไป
พระราชาสงสัย มันคืออะไร
อยู่ในกางเกงของชายผู้นั้น .....?

ชายคนที่ 3 ไม่ยอมตอบ ได่แต่อมยิ้ม
และก็ได้ล้วงเข้าไปในกางเกงของเขา
แล้วหยิบมันออกมา

มันคือ

m&m
ช็อคโกแลต ละลายในปาก ไม่ละลายในมือ

บัวหิมะพันปี

นักโทษ 3 คน กำลังจะถูกนำตัวไปประหารชีวิต เจ้าหน้าที่ จึงถามตามธรรมเนียมว่า ก่อนตายอยากกินอะไรเป็นมื้อสุดท้าย
"ผมอยากกินพิซซ่า" คนแรกตอบ
เขาได้กินพิซซ่าถาดใหญ่พิเศษ และถูกนำตัวไปประหาร
"ผมอยากกินไก่ทอดเคเอฟซี" คนที่สองตอบ
เขาได้กินไก่ทอดเคเอฟซี แล้วก็ถูกนำตัวไปประหาร
"ผมอยากกินบัวหิมะพันปี" คนที่สามตอบ
"แต่นี่ยังไม่ถึงเวลาบัวหิมะพันปีออกเลยนะ" เจ้าหน้าที่บอก
นักโทษแสยะยิ้มแล้วพูดอย่างหน้าตาเฉย
"ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้"

ม้าร้องไห้

มีมหาเศรษฐีอยู่คนหนึ่ง มีเงินมากมาย แต่งกมาก
อยู่มาวันหนึ่งนึกเซ็งๆ ไม่รู้จะทำอะไรให้มันสนุก ก็หาเกมส์มาให้เล่นกันว่า
ถ้าใครสามารถทำให้ม้าหัวเราะได้ เราจะให้เงิน 1000 ตำลึง
หากม้าไม่หัวเราะจะต้องเสียทอง 20 ตำลึงให้แก่เศรษฐี
ก็มีผู้คนมาสมัครมากมาย แต่ก็ต้องเสียเงิน 20 ตำลึงให้แก่เศรษฐี
ทำให้เศรษฐีร่ำรวยขึ้นอีก

อยู่มาวันหนึ่ง มีเงาะป่ามารับคำท้าเศรษฐี เงาะป่าเพียงแต่ไปกระซิบที่ข้างหูม้า ม้าก็หัวเราะร้อง ฮี้ ๆๆๆ
ผู้คนที่มาดูต่างตบมือในความสามารถ และก็สงสัยว่าม้าทำไมจึงหัวเราะ
ฝ่ายเศรษฐีก็เหงื่อตกที่ต้องสูญเสียเงิน 1000 ตำลึงให้แก่เจ้าเงาะป่าไป
จึงออกอุบายไปว่า "เจ้าเงาะป่า ถ้าเจ้าสามารถทำให้ม้าร้องให้ได้ ข้าจะให้เงินเจ้าอีก 1000 ตำลึง
หากเจ้าทำไม่ได้ เจ้าจะต้องคืนเงิน 1000 ตำลึงให้แก่ข้า"
เงาะป่าก็รับคำท้า แค่เดินไปใกล้ๆ ม้า สักครู่เดียว ม้าตัวนั้นก็ร้องไห้ออกมา
เศรษฐีเห็นดังนั้นก็แทบเป็นลม จำเป็นต้องจ่ายเงินอีก 1000 ตำลึงให้แก่เจ้าเงาะป่า
แล้วถามว่าเจ้าทำยังไง จึงสามารถทำให้ม้าหัวเราะและร้องไห้ได้
เงาะป่ารู้ว่าเศรษฐีเป็นคนงก ก็อยากจะดัดนิสัย
ก็บอกว่าถ้าจะให้เฉลยต้องจ่ายมาอีก 100 ตำลึง ไม่งั้นไม่เฉลย
เศรษฐีก็ยอมจ่าย เงาะป่าก็บอกว่า ทำให้ม้าหัวเราะ
ก็แค่บอกว่า " ของข้าใหญ่กว่าของเจ้า" ม้าได้ฟังก็หัวเราะ
เพราะนึกว่าของมันเองใหญ่กว่าใครอยู่แล้ว
เศรษฐีก็ถามว่า แล้วม้าร้องไห้ล่ะ

เงาะป่าก็ตอบว่า "ข้าก็เปิดให้เจ้าม้านั่นดูเท่านั้นเอง"

โซเดียมคลอไรด์

มีรายการแม่บ้านสมองไวรายการหนึ่ง ได้เชิญแม่บ้านมาตอบคำถามเพื่อชิงรางวัล เป็นคำถามเกี่ยวกับเคล็ดลับในครัวทั้งหลายแหล่ ครั้งหนึ่งทางรายการได้ตั้งคำถามให้แม่บ้านที่เชิญมาว่า "โซเดียมคลอไรด์เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ของสารชนิดหนึ่งที่แม่บ้านจำเป็นต้องใช้ อยากทราบว่าแม่บ้านเรียกกันทั่วไปว่าอย่างไร?"
แม่บ้านทุกคนที่มาออกรายการต่างพากันงง เนื่องจากไม่ได้เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์เลยไม่รู้ว่า คำตอบคือ เกลือแกงที่ใช้ปรุงรส ต่างก็ทำหน้างงๆๆ
พิธีกรก็เลยใบ้เพิ่มเติมว่า "ก็ที่แม่บ้านใส่ใข่ให้สามีทุกเช้านั่นแหละครับ"(พิธีกรหมายถึง ไข่ลวกที่ต้องมีการเติมเกลือ พริกไทย)
หลังจากใบ้เสร็จแม่บ้านท่านหนึ่งรีบกดกริ่งพร้อมกับตอบทันทีว่า
"แป้งเด็กจอห์นสันค่ะ"(ไข่ของใครก็ไม่รู้)

มีน้ำมะนาวไหม

A: มีน้ำมะนาวไหม
B: ร้านกรูขายไก่
A: มีน้ำมะนาวไหม
B: ร้านกรูขายไก่เว้ย !
A: มีน้ำมะนาวไหม
B: บอกขายไก่ถ้ามืงถามอีกทีเด่วกรูแทงเลย
A: มีมีดไหม
B: ไม่มี ถามทำไม !
A: มีน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นไหม
B: ???????

เซ็กซ์ที่ยอดเยี่ยม

ชายหนุ่มคนหนึ่งไม่รู้ว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดภรรยาเพื่อให้เธอพอใจ 
เพื่อนแนะนำว่า แต่งงานกันมานานเธอคงอยากได้เซ็กซ์ที่ยอดเยี่ยมบ้าง 
ชายหนุ่มกลับมาบ้าน เขาแฮปปี้เบิร์ทเดย์ภรรยาและบอกว่า 
"ที่รัก วันเกิดปีนี้ ฉันจะให้เธอมีเซ็กซ์ที่ยอดเยี่ยมเวลาไหนก็ได้ เป็นเวลา 2 ชั่วโมง 
เพื่อเป็น ของขวัญ" 

ภรรยาได้ยินดังนั้น ก็โดดเข้ามาหอมแก้มเขาและวิ่งออกจากบ้านไป 
พร้อมกับตะโกนกลับมาว่า

"ขอบใจจ้ะ แล้วอีก 2 ชั่วโมงชั้นจะกลับมานะ!" 

หมอเก่งจัง

โจ กับ จิม ตัดไม้อยู่ในป่า บังเอิญเกิดอุบัติเหตุแขนของโจถูกขวานตัดขาด จิมรีบห่อแขนของเขาในถุงพลาสติกแล้วพาไปหาศัลยแพทย์ 
“คุณโชคยังดีนะเนี่ย ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการต่ออวัยวะพอดี” หมอคุย “อีกสัก 5 ชั่วโมงค่อยกลับมานะ”
5 ชั่วโมงต่อมา จิมกลับมาที่โรงพยาบาล 
“ผมทำเสร็จเร็วกว่าที่บอกไว้นิดหน่อย เพื่อนคุณไปรอคุณอยู่ที่บาร์ข้างโรงพยาบาลน่ะ” หมอบอก 
จิมเดินเข้าไปในบาร์ เห็นโจกำลังงัดข้ออยู่กับไอ้หนุ่มร่างบึ้กคนหนึ่งอยู่

สองสามสัปดาห์ต่อมา พวกเขาออกไปตัดไม้กันอีก คราวนี้โจพลาดไปฟันถูกขาตัวเองขาดอีก จิมรีบห่อขาของเขาใส่ถุงพลาสติกแล้วพาไปหาหมอคนเดิม
เช่นเดียวกับครั้งแรก หมอบอก “สบายมาก ขอผมสัก 8 ชั่วโมงละกัน ขาต่อยากกว่าหน่อย”
จิมกลับมาในอีก 8 ชั่วโมงต่อมา
หมอบอก “ผมทำเสร็จเร็วตามเคย เพื่อนคุณเตะฟุตบอลอยู่ข้างล่างแน่ะ”
จิมลงไปที่สนามทันเห็นโจยิงประตูสุดสวยพอดี

หลายสัปดาห์ต่อมา จิมเกิดอุบัติเหตุบ้าง คราวนี้ร้ายแรงมาก หัวเขาขาด โจรีบเอาหัวเขาใส่ถูกพลาสติกแล้วไปหาหมอเทวดาเจ้าเก่า
“พระเจ้า” หมอตกใจ “ต่อหัวนี่ยากมากเลย อีกสัก 12 ชั่วโมงคุณค่อยกลับมานะ”
12 ชั่วโมงต่อมา โจกลับมาที่โรงพยาบาล
“ผมเสียใจด้วย” หมอพูดเสียงอ่อย “เพื่อนคุณตายแล้ว”
โจช็อก อึ้งไปสักพักแล้วพึมพัมออกมา “ผมเข้าใจครับ ต่อหัวมันไม่ได้ง่ายๆอยู่แล้ว”
“เดี๋ยวๆ คุณเข้าใจผิด” หมอท้วง “เขาขาดอากาศหายใจเพราะคุณเอาหัวใส่ถุงพลาสติกมาต่างหาก”

เวอร์ล่ะ

สมชายนั่งก๊งเหล้าอยู่คนเดียวด้วยท่าทางกลุ้มอกกลุ้มใจ เพื่อนเห็นอย่างนั้นก็เลยเข้าไปถาม 
"อั๊วแอบปิ๊งสาวคนนึงที่ออฟฟิซ" สมชายว่า "เย็นนี้เธอรับปากจะไปดินเนอร์กับอั๊วสองต่อสองน่ะ" 
"อ้าว... ก็ฟังดูดีนี่หว่า" เพื่อนว่า "ไม่เห็นมีอะไรน่ากลุ้มใจเลยนี่หว่า" 
"มันไม่ใช่แค่นั้นสิ" สมชายเล่าต่อ "อั๊วน่ะมีปัญหาอยู่อย่าง เวลาตื่นเต้นไอ้น้องชายมันจะลุกขึ้นมา ถ้าเธอเห็นเข้ามีหวังอั๊วไม่รู้เอาหน้าไปไว้ไหน แล้วเธอก็คงคิดว่าอั๊วเป็นพวกบ้ากามแน่เลย"
"โธ่เอ๊ย... ไม่เห็นจะยาก" เพื่อนแนะนำ "เอางี้นะ ลื้อก็จับน้องชายของลื้อมัดไว้กับขาซักข้าง เอาเทปพันไว้ให้แน่นๆ ทีนี้มันฮึดฮัดขึ้นมายังไงก็ไม่มีใครสังเกตเห็นหรอก"
สมชายรับไอเดียของเพื่อนไว้อย่างดีใจและตั้งใจว่าจะเอาไปลองทำดู

วันถัดมาเพื่อนมาเจอสมชายนั่งก๊งเหล้าอยู่คนเดียวตามเคย แถมดูกลุ้มหนักซะยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ
"อ้าว เฮ้ย..." เพื่อนถาม "ทำไมทำหน้าเศร้ายังงั้นล่ะ เกิดอะไรขึ้นเรอะ"
"เฮ้อ... ก็วิธีของลื้อน่ะสิ" สมชายรำพัน "อั๊วก็ทำตามที่ลื้อแนะนำทุกอย่าง พอไปถึงหน้าห้องเธอ อั๊วก็กดกริ่ง เธอก็มาเปิดประตูให้ พออั๊วเห็นหน้าเธอเท่านั้นแหละ อารามตื่นเต้น ขาที่มัดไว้กับน้องชายมันยกขึ้นมาเตะเธอเข้าให้เต็มรักเลยแหละ!!!"

เรียนไป ทำงานไป

A: คุณทำงานหรือเรียนอยู่ครับ???
B; อ้อ ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยค่ะ
A: ทำงานอะไรเหรอครับ??
B: เป็นประชาสัมพันธ์อยู่ที่ Big C ค่ะ
A; อ้อ แล้วเรียนอะไรอยู่เหรอครับ???
B; เรียนท่านผู้มีอุปการะคุณโปรดทราบ...
A: .....

พิมพ์ตก พิมพ์เกิน

อาจารย์ : หนูมีปัญหาอะไร
นศ. : คือว่า..ที่บอร์ดประกาศผลของมหาลัยฯ นะค่ะ
อ. : ทำไมหรือ บอร์ดมีปัญหาอะไร
นศ. : บอร์ดไม่มีปัญหาอะไรหรอกคะ แต่ว่า ชื่อ-นามสกุล หนู....
อ. : ทำไม…..อ๋อ! เค้าคงพิมพ์ผิดละซิ ไม่เป็นไรหรอก เรื่องปกตินะ
นศ. : คือว่า...สำหรับคนอื่น คงไม่เป็นไรหรอกค่ะ ...แต่นามสกุลหนูน่ะ
อ. : ทำไมเหรอ นามสกุลหนูมันเป็นอะไร?...แล้วเธอ นามสกุลอะไร
นศ. : หนูนามสกุล "หีบหอม"
อ. : อ้าว! ฝ่ายทะเบียนคงพิมพ์ตกตัว"บ"ละซิ
นศ.: ไม่ใช่ค่ะ ฝ่ายทะเบียนเค้าพิมพ์ไม้เอก เกินบนตัว"บ"...ค่ะ.

ใช้ช้อน

ผมเคยไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
ผมสังเกตเห็นว่าบริกรที่มารับออร์เดอร์มีช้อนอยู่ในกระเป๋าเสื้
พอผมมองไปทั่วๆจึงเห็นว่าบริกรในร้านมีช้อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อกันทุกคน 
ด้วยความสงสัยผมจึงถามเขาดู
"ขอถามหน่อยเถอะมีไว้ทำไมเนี่ยเห็นมีกันทุกคนเลย"
"ช้อนนี่หรือครับ"
"เจ้าของร้านเขาจ้างบริษัทที่ปรึกษามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานน่ะครับ
เขาเก็บข้อมูลอยู่หลายเดือนแล้วก็บอกว่า
ลูกค้าจะทำช้อนตกมากว่าอย่างอื่นถึง ๗๓.๘๔%
ซึ่งตกประมาณ ๓ ครั้งต่อโต๊ะต่อชั่วโมง
ซึ่งถ้าพนักงานเราเตรียมการไว้ก่อนก็จะสามารถลดจำนวนครั้งที่จะต้องเดินกลับไปที่ครัว
และก็สามารถลดพนักงานที่ใช้ลงได้ ๑ คนต่อกะ"
พอเขาพูดเสร็จผมก็ได้ยินเสียงช้อนหล่นอยู่หลังผม บริกรที่คุยอยู่กับผมก็หยิบช้อนในกระเป๋าเสื้อส่งให้ใหม่แล้วบอกว่า
"ผมจะหยิบอันใหม่เมื่อผมผมกลับไปที่ครัวแทนที่จะรีบเข้าไปหยิบในครัวเดี๋ยวนี้" 
ผมรู้สึกประทับใจมากและเมื่อผมมองดูรอบๆอีกครั้งผมก็สังเกตเห็นด้ายเส้นเล็กๆห้อยออกมาจากช่องซิปกางเกงของบริกรทุกคน ด้วยความสงสัยผมจึงถามบริกรคนเดิมอีกครั้ง
"รบกวนอีกทีเถอะ ทำไมถึงต้องมีด้ายห้อยออกมาจากตรงนั้นด้วย"
"โอ้โฮเฮะ" เขาดูตื่นเต้นมาก "ผมไม่เคยเจอใครช่างสังเกตอย่างคุณเลยนะครับ จริงๆแล้วนี่ก็เป็นผลงานของบริษัทที่ปรึกษาเจ้าเดิมนั่นแหละ เขาบอกว่ามันทำให้เราสามารถประหยัดเวลาที่ใช้ตอนเข้าห้องน้ำได้"
"ประหยัดได้ไง" ผมสงสัย 
"ก็..." เขาอธิบาย "เราผูกด้ายนี่เข้ากับปลายนั่น คุณคงเข้าใจนะครับ แล้วพอจะฉี่เราก็แค่ดึงด้วยนี่ออกมามือก็ไม่เลอะ มันก็ประหยัดเวลาที่ต้องล้างมือไปได้เขาว่ามันทำให้ประหยัดเวลาที่ต้องใช้ในห้องน้ำลงไปตั้ง ๗๖.๓๙% แน่ะ"
"อืม... ร้ายจริงๆ" ผมรู้สึกทึ่ง 
"ว่าแต่ว่าด้ายนั่นช่วยตอนเอาออกมา แล้วตอนเก็บเข้าไปล่ะจะทำไง?"
"เอ่อ..." เขากระซิบ 
"ผมก็ไม่รู้ว่าคนอื่นเขาทำกันยังไง แต่ผมน่ะ...ใช้ช้อน"