แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสังคม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสังคม แสดงบทความทั้งหมด

5/10/2555

หนุ่มขี้ยาพยายามฉุดเหยื่อสาวในลานจอดรถห้างแฟร์ชั่นไอซ์แลนด์

ตร.บางชัน ตามจับกุมตัวหนุ่มขี้ยาพยายามฉุดเหยื่อสาวในลานจอดรถห้างแฟร์ชั่นไอซ์แลนด์ รามอินทรา สารภาพเสพยาบ้าแล้วเกิดอารมณ์หื่นจึงต้องก่อเหตุ
       
       วันนี้(9 พ.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น.ที่สน.บางชัน พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.วีรชัย โพธิปัตชา ผกก.สน.บางชัน พ.ต.ท.เจิดเกษม ศิริโชติ สว.สส.สน.บางชัน ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายสัมพันธุ์ ศรีคชา อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 ซอยกาญจนาภิเษก 9 แยก 9 แขวงและเขตคันนายาว ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 383/2555 ลงวันที่ 8 พ.ค. 2555 พร้อมของกลางอาวุธมีดปลายแหลม จำนวน 1 เล่ม หมวกแก๊ปสีแดงจำนวน 1 ใบ รองเท้าแตะสีดำยี่ห้อ Livi’s จำนวน 1 คู่ และเชือกไนล่อนที่ใช้ก่อเหตุจำนวนหนึ่ง โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ท้ายซอยบางขวัญ 19 หมู่ 5 ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา
       
       พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากวันที่ 4 พ.ค. เวลาประมาณ 15.00 น. ผู้ต้องหาได้ฉวยโอกาสที่ น.ส.ชญาธร ภูริชญาภัทรธร อายุ 24 ปี ผู้เสียหายได้เดินออกมาจากห้างแฟร์ชั่นไอซ์แลนด์ ย่านรามอินทรา มาที่ล านจอดรถ เมื่อผู้เสียหายกำลังจะเปิดประตูเข้ามานั่งในรถฝั่งคนขับ ผู้ต้องหา ได้เข้ามาด้านหลังและใช้มือปิดปาก และชกที่บริเวณท้องและพยายามชุดกระชาก บังคับให้ผู้เสียหายปืนข้ามที่นั่งคนขับไปยังฝั่งด้านข้าง จากนั้นผู้ต้องหาได้หยิบเชือกมาผูกข้อมือของผู้เสียหาย พร้อมกับพูดว่า “ ให้อยู่นิ่งๆ จะพาไปพบคนๆหนึ่ง เพราะเขาอยากเจอคุณมาก “ ซึ่งขณะนั้นผู้เสียหายพยายามขัดขืน เป็นเหตุทำให้ผู้ต้องหาใช้มือจับศรีษะผู้เสียหายกดลงและชกต่อย ต่อมาผู้เสียหายได้ใช้ปากกัดที่บริเวณต้นขาด้านซ้ายของผู้ต้องหา จนได้รับบาดเจ็บ และฉวยจังหวะรีบเปิดประตูรถหลบหนีออกมาพร้อมร้องขอความช่วยเหลือ จากนั้นผู้ต้องหาได้ตามลงมาพร้อมร้องบอกว่าเป็นแฟนของตนซึ่งกำลังทะเลาะกัน เมื่อผู้ต้องหาเห็นว่ามีคนเริ่มมามุงเยอะจึงได้ขับรถหลบหนีไป
       
       สอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเองนั้นติดยาบ้ามาประมาณ 2 ปีแล้ว และก่อนเกิดเหตุตนเองได้เสพยาบ้าเข้าไป ทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ แล้วจึงได้ขับรถของพี่ชายออกมาที่ห้างแฟร์ชั่นไอซ์แลนด์ จากนั้นได้พบผู้เสียหายกำลังเดินเข้ามาที่รถจึงได้ก่อเหตุดังกล่าว โดยไม่ได้เลือกเจาะจงว่าเป็นใคร และตนเองรู้สึกสำนึกผิดและอยากกราบขออภัยผู้เสียหาย
       
       ด้านน.ส.ชญาธร กล่าวว่า ตนเองนั้นประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว และในวันที่เกิดเหตุได้ไปซื้อของภายในห้างดังกล่าวเพียงคนเดียว และเดินออกมาโดยไม่ได้สังเกตว่ามีใครตามหลังมาหรือไม่ จากเหตุการณ์นี้จึงอยากจะฝากเตือนไปยังผู้หญิงทุกคน ก่อนจะขึ้นรถควรดูให้แน่ใจว่ามีใครตามมาหรือเปล่า เมื่อขึ้นรถแล้วควรจะล็อคประตูรถทันที หลังจากนี้ตนเองจะระมัดระวังตัวมากขึ้นเพราะต่อไปคงไม่โชคดีแบบนี้อีก
       
       เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยมีอาวุธมีดและทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

รวมผู้ต้องหาแสบ ลวงพริตตี้ข่มขืนนับสิบราย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 พ.ค. ที่กองปราบปราม พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผกก.ปพ.บก.ป. พ.ต.ท.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ สว.กก.5 บก.ป. ร.ต.อ.ชาตรี รุ่งดำรงค์ รอง สว.กก.ปพ.บก.ป. ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายสัมฤทธิ์ ทองศรีแก้ว อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 807/91 ซ.ศูนย์บันเทิงการค้า แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 658/2555 ลงวันที่ 8 พ.ค. 2555 คดีข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้อุบายหลอกลวง, พยายามข่มขืนใจผู้อื่นไม่ให้กระทำการใดๆโดยทำให้กลัวเสียชื่อเสียง พร้อมของกลาง เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 1 เครื่อง ฮาร์ทดิสเก็บข้อมูล 1 เครื่อง และกล้องวิดีโอ 1 ตัว ภายหลังตามจับกุมได้ในห้องพักเลขที่ 507 วงศ์เจริญแมนชั่น ซ.ลาดพร้าว 130 แขวงคลองจั่น และบางกะปิ ทั้งนี้จากการจับกุม เนื่องจากมีผู้เสียหาย ส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวหน้าตาดี ที่ประกอบอาชีพ "พริตตี้" เกือบสิบราย เข้าแจ้งความที่กองปราบฯว่าได้ถูกนายสัมฤทธิ์ ผู้ต้องหารายนี้ที่อ้างตัวว่าเป็นโมเดลลิ่ง และเป็นตัวแทนจัดหานางแบบชาวไทยให้กับนิตยสารเพนท์เฮ้าส์ ประเทศสิงคโปร์ โทรศัพท์มาหลอกให้มาร่วมงาน ทดลองถ่ายแบบและหนังวิดีโอ นอกจากนี้ผู้ต้องหาก็ยังได้ติดต่อผ่านทางเครือข่ายโมเดลลิ่งอื่นๆ รวมทั้งแจ้งข้อมูลผ่านทางหน้าเฟสบุ๊คของตัวเอง กระทั่งผู้เสียหายหลงเชื่อติดต่อเข้ามาก็จะนัดให้มาพบพร้อมๆ โดยน.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้เสียหายรายหนึ่งให้การว่า หลังจากได้รับการติดต่อจากผู้ต้องหาแล้ว ก็เห็นว่าผู้ต้องหาเป็นคนพูดจาดี เจรจาหว่านล้อม สร้างความน่าเชื่อถือ ร่วมทั้งเอาผลงานของตนเองในปีที่ผ่านมามาโชว์ และผลประโยชน์ที่จะได้รับ ในขั้นแรกนางแบบก็จะได้ค่าตัว จำนวน 53,000 บาท พร้อมกับนำเอาสัญญาการทำงานมาแสดงให้ดู ในสัญญาประกอบไปด้วย การถ่ายแบบให้นิตยสารเพนท์เฮาส์ การเดินทางไปทำงานเป็นพริตตี้ขายไวน์ ที่สิงค์โปร์ ทุกๆ เดือน เดือนละ 7 วัน เป็นเวลา 1 ปี ค่าแรงวันละ 20,000 บาท น.ส.เอ ให้การต่อว่า นอกจากนี้ถ้าผ่านการคัดเลือก และตกลงทำงาน ก็จะมีงานถ่ายหนังแนวอีโรติค 3 เรื่องต่อปี โดยจะได้ค่าจ้างเรื่องละ 400,000 บาท หลังจากพูดคุยเรื่องงานและค่าตอบแทนจนเชื่อใจแล้ว จากนั้นผู้ต้องหาก็ชัก ชวนกันดื่มสุรา ก่อนจะเริ่มทดสอบหน้ากล้อง ด้วยการถ่ายทำภาพยนตร์แนวอีโรติค โดยเรียกตัวพริตตี้แต่ละคนให้แยกเข้าไปอยู่ในห้องถ่ายทำกันสองต่อสอง ระหว่างนั้นนายสัมฤทธิ์ก็เริ่มแสดงบทอีโรติค กับผู้เสียหาย ก่อนจะลงมือข่มขืนโดยถ่ายวิดีโอเอาไว้ บางรายก็นัดหมายเหยื่อให้มาพบกันสองต่อสอง ทุกครั้งถ่ายวิดีโอเก็บไว้ เสร็จแล้วผู้ต้องหาก็จะข่มขู่ผู้เสียหายให้ทำตามที่ต้องการ ไม่เช่นนั้นจะนำภาพไปเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต พวกตนจึงรวมตัวกันเข้ามาแจ้งความ เบื้องต้นจากการสอบสวน นายสัมฤทธิ์ ผู้ต้องหา ไม่ยอมให้การใดๆทั้งสิ้น บอกเพียงว่าขอไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น ส่วนกลุ่มผู้เสียหายก็เริ่มเข้าแจ้งความกำเนินคดีเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน แล้ว 10 คน เชื่อว่ามีหญิงสาวอีกหลายรายที่ยังไม่กล้าเข้าแจ้งความ เนื่องจากว่าหลักฐานคลิปวีดีโอ ที่พบในคอมพิวเตอร์ของผู้ต้องหานั้นมีหญิงสาวที่ถูกกระทำในลักษณะดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เกือบร้อยราย เจ้าหน้าที่จึงอยากขอความร่วมมือให้เข้าแจ้งความเพิ่มเติมกับกองปราบฯ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้ให้ถึงที่สุด


1/25/2555

พลุระเบิดงานฉลองตรุษจีน สุพรรณบุรี เสียชีวิตทันที 4 ราย ยังมีตกค้างอีกกว่า 100 นัด

พ่อเมืองสุพรรณฯ เร่งสอบความเสียหาย-หาสาเหตุพลุระเบิดให้แล้วเสร็จเช้านี้ ระบุมีบ้านเสียหายทั้งหลัง 30 หลัง เสียชีวิต 4 ราย ยันยังจัดงานจนถึง 29 ม.ค. แต่สั่งงดจุดพลุเด็ดขาด ด้านนายทหารผู้เชี่ยวชาญเรื่องพลุ สันนิษฐานอาจเกิดจากท่อจุดพลุที่ยิงในระดับต่ำจนระเบิดหรือท่ออาจมีรอยร้าว


    ความคืบหน้า กรณีเหตุพลุระเบิดในงานฉลองตรุษจีน ที่ศาลหลักเมือง อุทยานมังกรสวรรค์ ที่ จ.สุพรรณบุรี  ล่าสุด มีรายงานว่า ไฟได้ลุกไหม้บริเวณชุมชนวัดพระธาตุ ไปแล้ว 50 กว่าหลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย ได้รับบาดเจ็บ ทั้งสาหัสและไม่สาหัสแล้ว กว่า 40 คน โดยได้รับการนำตัวส่ง ร.พ.เจ้าพระยายมราช
    สำหรับบริเวณที่เกิดเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันไม่ให้เข้าไปใกล้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องทำงานด้วยความยากลำบาก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นซอยคับแคบ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเรื่องที่น่าวิตกคือ  ยังมีพลุอีกจำนวนกว่า 100 นัด อยู่ใกล้เหตุเพลิงไหม้ ซึ่งไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกมาได้ และคาดว่าอาจจะเกิดระเบิดขึ้นอีก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะแพทย์ เดินทางเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุ พลุระเบิด ที่ สุพรรณบุรี พบ 2 ราย ยังน่าห่วง สรุป มีผู้เสียชีวิต รวม 3 ราย ผู้บาดเจ็บทั้งหมด 74 ราย  
นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะแพทย์ เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดในงานฉลองตรุษจีน ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี  ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ทั้งหมด 15 ราย และที่โรงพยาบาลศุภมิตร จำนวน 5 ราย โดย นายวิทยา กล่าวว่า จากเหตุการณ์พลุระเบิดในครั้งนี้ มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด  74 ราย กระทรวงสาธารณสุข ได้ระดมหน่วยแพทย์กู้ชีพจากโรงพยาบาลในจังหวัดสุพรรณบุรี กว่า 10 ทีม ดูแลช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่  ซึ่งขณะนี้ตัวเลขผู้เสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ รวม 3 ราย เป็นชายทั้งหมด ส่วนผู้บาดเจ็บส่งรักษาที่โรงพยาบาล  2 แห่ง ประกอบด้วย 1.โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จำนวนทั้งหมด  60 ราย ในจำนวนนี้ แพทย์รับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล 15 ราย  และโรงพยาบาลศุภมิตร ส่งรักษาตัวทั้งหมด 14 ราย ในจำนวนนี้ แพทย์รับตัวไว้รักษา  5 ราย ส่วนที่เหลืออาการไม่มากนัก แพทย์ดูแลบาดแผลและให้กลับบ้านได้   ผู้บาดเจ็บสาหัส 3 ราย รายแรกเป็นหญิงชาวจังหวัดชัยนาท  ถูกแท่งเหล็กยาว 1.5 เมตร ทิ่มที่ด้านหลัง บาดแผลยาวประมาณ  40 เซนติเมตร แพทย์ได้นำตัวเข้าห้องผ่าตัดเพื่อเอาเหล็กออก และให้เลือด 8 ยูนิต รายที่ 2 เป็นชายอายุ 40 ปี ศีรษะแตกมีบาดแผลที่ใบหน้า และรอบ ๆ โพรงจมูก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ขณะนี้รู้สึกตัวดี รายที่ 3 เป็นหญิงอายุ 70 ปี รายนี้อาการวิกฤติอยู่ในขั้นน่าห่วง มีอาการหยุดหายใจก่อนถึงโรงพยาบาล แพทย์กระตุ้นหัวใจ และใช้เครื่องช่วยหายใจ ขณะนี้ ยังไม่รู้สึกตัว โดยหญิงรายนี้มีประวัติมีโรคประจำตัวคือ โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง  แพทย์ได้ทำการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ ไม่พบสิ่งผิดปกติในสมอง ขณะนี้ นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียูโรงพยาบาลศุภมิตร
นอกจากนี้ นายวิทยา ได้สั่งการให้โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวแก่ประชาชนที่บ้านเรือนถูกไฟไหม้จากเหตุพลุระเบิด ในงานฉลองตรุษจีนที่ศาลหลักเมือง จ.สุพรรณบุรี ประมาณ 20 หลังคาเรือน พร้อมกับได้ประสานรัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ให้การดูแลเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตทุกราย รวมทั้งประชาชนที่บ้านถูกไฟไหม้ด้วย 
สำหรับ รายชื่อผู้บาดเจ็บทั้ง 20 ราย มีดังนี้ ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช 15 ราย ได้แก่ 1.นางสมาพร คุ้มฉายา 2.นายประกิจ นิ่มนวล  3.นายชลิต กลิ่นเกตุ 4.นางฉวี บริสุทธิ์ 5.นายขวัญเมือง คุ้มฉายา 6.ด.ช.ธวัช บริสุทธิ์ 7.นายสำราญ แซ่เจือ   8.ด.ญ.ศรินรัตน์ รินสินจ้อย 9.ด.ช.เกริก ใส่เสื้อลายสก๊อต 10.นางเปลื้อง แก้วศรีนวล 11.นางขันแก้ว กุมกัน 12.นางสังเวียน จิตรดา 13.นางอารี แสนสุข 14.ด.ช.ธานาวุฒิ สุขพันธ์ 15.นางไข่ล่าโทน
ที่ โรงพยาบาลศุภมิตร 5 ราย ได้แก่ 1.นางฉันทนา อำนวยพร 2.นางลำยอง พานสกุล 3.นายสงวน ฉ่ำแจ่ม 4.นายดอกรัก เรืองมาก 5.พระภิกษุอุทัย ชำนาญศิลป์

ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เผย ตรวจที่เกิดเหตุพลุบึ้มวันนี้
พล.ต.ต.วีระ บุตรโพธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวกับ ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกรณี พลุเกิดระเบิด จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายว่า ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดด คือ 3 ราย และบาดเจ็บประมาณ 20 ราย สาหัส 2 ราย โดยวันนี้จะเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพร้อมหน่วยพิสูจน์หลักฐาน พร้อมขนย้ายเคลียร์พื้นที่ ส่วนชุมชนใกล้เคียงนั้น ยังไม่ประเมินความเสียหาย หลังจากมีเพลิงไหม้ด้วย
อย่างไรก็ตาม การสรุปคดี คงไม่ยาก เพราะชัดเจนอยู่แล้วว่า เกิดเหตุได้อย่างไร ทั้งนี้ มีการตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือ ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ด้วย


11:30 ตร.สุพรรณบุรียันพลุระเบิดไม่ใช่การวางเพลิง

พ.ต.อ.ชัชชรินทร์ สว่างวงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผย ความคืบหน้ากรณีเหตุพลุในงานฉลองเทศกาลตรุษจีน ที่พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร หรือ อุทยานมังกรสวรรค์ ที่ศาลหลักเมือง จ.สุพรรณบุรี เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงบ้านเรือนประชาชนเสียหาย จากการเพลิงไหม้อีกกว่า 70 หลังคาเรือน โดยระบุ ในทางคดีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงตรวจสอบสัญญาจ้าง และเตรียมเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง มาสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดดังกล่าว ส่วนจะแจ้งข้อกล่าวหาใดนั้น ต้องรอให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อน ซึ่งคาดว่า จะมีความชัดเจนในช่วงเย็นของวันนี้
ทั้งนี้ ยังกล่าวด้วยว่า หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งชุด EOD เข้าตรวจสอบและตัดวงจรระเบิด ก่อนมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ทหาร นำไปจัดเก็บ ส่วนการให้ความช่วยเหลือประชาชนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ บริเวณศาลาการเปรียญของวัดพระธาตุ โดยคาดว่า ผู้เสียหายมาร้องเรียนจำนวนกว่า 200 คน เพื่อขอรับความช่วยเหลือและมาตรการเยียวยาต่อไป ส่วนความเสียหายทั้งหมด ยังไม่สามารถประเมินได้ โดยต้องรอให้มีการตรวจสอบก่อน
อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุระเบิดดังกล่าวนั้น พ.ต.อ.ชัชรินทร์ ยืนยันว่า เกิดจากอุบัติเหตุ และไม่ใช่การวางเพลิงหรือจัดฉากขึ้นอย่างแน่นอน

รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เผย ผู้เสียหายจากพลุระเบิด ลงทะเบียนวันเดียวกว่า 300 ราย ขณะที่พื้นที่ปลอดภัยแล้ว 100%
พ.ต.อ. ชัชชรินทร์ สว่างวงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. เกี่ยวกับความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือประชาชนกรณีเหตุพลุในงานฉลองเทศกาล ตรุษจีน ที่พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร หรือ อุทยานมังกรสวรรค์ ที่ศาลหลักเมือง จ.สุพรรณบุรี เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง จนมีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ อีกว่า 70 ราย โดยระบุว่า ในวันนี้มียอดผู้เสียหายทยอยเดินทางเข้าลงทะเบียน เพื่อรับการช่วยเหลือแล้วกว่า 300 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นความเสียหายในพื้นที่ระยะ 1 กิโลเมตร เกิดเพลิงไหม้ 127 หลัง ไหม้ทั้งหลัง 13 หลัง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ และบ้านเสียหาย จากเศษพลุระเบิด ระยะทางห่างจากจุดเกิดเหตุ 3-4 กิโลเมตร อยู่ระหว่างทยอยเข้ารับการช่วยเหลือ พร้อมทั้งระบุว่า สำหรับมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ชัชชรินทร์ กล่าวว่า ในส่วนของบริเวณที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้เข้าเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพื้นที่ขณะนี้ ถือว่าปลอดภัย 100%

ผกก.สภ.สุพรรณบุรี เผย เรียกบริษัทโชว์พลุ และผู้เสียหายสอบแล้วกว่า 100
พ.ต.อ. เกรียงไกร วุฒิพานิช ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสุพรรณบุรี เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. เกี่ยวกับความคืบหน้าคดีเหตุพลุในงานฉลองเทศกาลตรุษจีน ที่พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร หรือ อุทยานมังกรสวรรค์ ศาลหลักเมือง จ.สุพรรณบุรี เกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจำนวนมาก โดยระบุว่า ในทางคดีนั้น พนักงานสอบสวน ได้เรียกให้ผู้เสียหาย และบริษัท คอมพาร์ท ซึ่งเป็นบริษัทที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดแสดงพลุ โดยได้ทำสัญญาจ้าง กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท.มาสอบปากคำเรียบร้อยแล้วกว่า 100 ปาก รวมถึงอยู่ระหว่างการรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานจากทางพนักงานพิสูจน์หลักฐาน ที่จะสรุปผลการตรวจสอบเพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีในวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้ ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้ระบุว่า ในส่วนของการแจ้งข้อกล่าวหานั้น ยังไม่สามารถแจ้งได้ โดยต้องรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำเพิ่มเติมอีกหลาย
ปาก ก่อนสรุปสำนวนคดี
อย่าง ไรก็ตาม ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าของคดี และการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่นั้น ซึ่งทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี จะแถลงข่าวทุกวัน ในเวลา 10.00 น. ณ วัดพระศรีมหาธาตุ

1/11/2555

จับโจรทุบกระจกรถยนต์

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 29 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. แถลง พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง พ.ต.ท.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ สว.สส.นำกำลังจับกุม นายอัครพงษ์ หรือตาม จวงถาวร อายุ 20 ปี นายวีระศักดิ์ หรือเกม หุตจิตต์ อายุ 20 ปี และนายอานนท์ หรือนนท์ งามพิศ อายุ 20 ปี พร้อมของกลาง อาทิ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ กระเป๋าสะพาย แว่นตา นาฬิกา พระเครื่องและอื่นๆ รวม 53 รายการ จับได้ที่บ้านผาสุขอพาร์ทเมนต์ ซอยลาดพร้าว 94 (พระยาประเสริฐ) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. จากสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุทุบกระจกรถยนต์ที่จอดไว้ตามสถานที่ ต่างๆ นายอัครพงษ์ทำหน้าที่ขับรถ นายวีระศักดิ์ใช้ไขควงงัดกระจกรถ และนายอานนท์เป็นผู้ดูต้นทางก่อเหตุมาแล้วหลายพื้นที่ รวมประมาณ 12 แห่ง ทั้งย่านลาดพร้าว ประชาชื่น เอกมัย และทองหล่อ โดยใช้วิธีเลือกรถใหม่ๆ ที่น่าจะมีทรัพย์สินอยู่ภายใน
 http://www.matichon.co.th/online/2011/12/13251530421325153060l.jpg

12/29/2554

นักเรียน ม.ต้น เปลื้องผ้าเต้นยั่วยวนกลางห้องเรียน

ฮือฮา!! นร.ถอดผ้าส่ายสะโพกโชว์หวิวในห้องเรียน

จากกรณีที่สังคมออนไลน์ เผยแพร่คลิปวีดีโอเต้นโคโยตี้ในห้องเรียน โพสต์บนเวบไซต์ Youtube โดยคลิปดังกล่าว เป็นช่วงการจัดกิจกรรมสนุกสนานมีการร้องรำทำเพลงกันในห้องเรียน มีเด็กหญิงสวมเครื่องแบบนักเรียน ม.ต้น ยืนเต้นอยู่บนเก้าอี้กลางห้องเรียน โดยมีกลุ่มเพื่อนนักเรียนทั้งชายและหญิง ยืนล้อมวงชมการเต้นของนักเรียนหญิงคนดังกล่าวอย่างสนุกสนาน โดยช่วงหนึ่งของการเต้น เด็กนักเรียนสาวได้โยกย้ายส่ายสะโพกไปมา จากนั้นค่อยๆถอดกระโปรงออก โดยมีกางเกงขาสั้นที่สวมไว้ จากนั้น ก็ถอดเสื้อนักเรียนออก จนเหลือเพียงเสื้อชั้นในสีดำ พร้อมกับเต้นโยกย้ายไปมา

ทางกระทรวงศึกษาสั่งให้ตรวจสอบคลิปเด็กเต้นโคโยตี้ในห้องเรียน โดยบอกว่าครูผู้ดูแลถือว่าไม่ให้การดูแลนักเรียนอย่างทั่วถึง ถึงแสดงพฤติกรรมเยี่ยงนี้และจะมีการลงโทษต่อไป

ปะทะเดือดโจรปล้นร้านทองออโรร่าบิ๊กซีสุขา 3

ปะทะเดือด!โจรปล้นร้านทองออโรร่าบิ๊กซี สุขาภิบาล 3 วิสามัญดับ1หนีไป1-ตำรวจ เจ็บ1 นาย 
เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.ท.ประดิษฐ์ ทะประสิทธิ์จิตต์ พนักงานสอบสวน (สบ2) สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง โดยคนร้ายถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุ 1 ราย ภายในร้านทองออโรร่า ดีไซน์ จำกัด ห้างบิ๊กซี สาขาสุขาภิบาล 3 เลขที่ 103 ถ.รามคำแหง แขวงและเขตมีนบุรี กทม.จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อม พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พล.ต.ต.สาโรจน์ พรมเจริญ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รรท.รองผบช.น. พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี รรท.ผบก.น.3 พ.ต.อ.สำเริง สวนทอง ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.เจษฎา สวยสม รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.มนตรีกองจำปา รองผกก.สส. พ.ต.ท.วีรศักดิ์ กลั่นเกิด สว.สส. พ.ต.ต.สมคิด ประเชิญสุข สว.สส.เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์จากนิติเวช รพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
      
ที่เกิดเหตุ อยู่ใกล้กับร้านเคเอฟซี ทางเข้าประตูห้างบิ๊กซี พบประตูกระจกด้านซ้ายแตกเป็นรูกว้าง บริเวณร้านทองออโรร่า ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ประตูทางเข้า ที่ตู้กระจกโชว์ทอง มีรูกระสุนปืนจำนวน 2 นัด ฝ้าเพดาน 1 นัด ห่างออกจากตัวห้างด้านข้าง 50 เมตร หลังร้านอาหารเค-เคน สเต็ก พบศพผู้เสียชีวิตไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อกันหนาวไหมพรมสีเขียวเข้ม ทับเสื้อยืดสีดำ สวมกางเกงยีนส์ 2 ชั้น กางเกงยีนส์สีเข้มขายาวชั้นนอก กางเกงข้างในเป็นยีนส์สีซีดขาสั้น สวมถุงมือสีดำ มีหมวกกันน็อกสีดำตกอยู่ มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่หน้าอกซ้าย ทะลุราวรักแร้ 1 นัด เข้าอกขวา 1 นัด และเข้าชายโครงขวาอีก 1 นัด ใกล้ศพพบปืนลูกโม่ .38 สีดำรมควัน มีปลอกกระสุนจำนวน 5 ปลอก ห่างออกไปมีถุงกระดาษใส่สร้อยทองรูปพรรณจำนวนหลายสิบเส้น น้ำหนักรวม 400 บาท มูลค่าราว 9.6 ล้านบาท จากการตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงพบปลอกกระสุน .380 และ 9 มม.จำนวนรวมกันทั้งหมด 18 ปลอก
      
ใกล้กันพบร่าง ด.ต.เชี่ยวชาญ เจริญสิริ อายุ 42 ปี สังกัด กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 จ.สุรินทร์ ที่มาช่วยเฉพาะกิจป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในช่วงเทศกาลปีใหม่ นอนจมกองเลือด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกยิงเข้าบริเวณเชิงกราน กระสุนฝังใน 4 นัด และบริเวณต้นขาอีก 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลนวมินทร์ รักษาบาดแผลในเบื้องต้น ก่อนจะรีบนำส่งโรงพยาบาลตำรวจ เป็นการด่วน
      
จาก การสอบสวน นางสกุลรัตน์ อภิวัฒนโชติ อายุ 43 ปี ผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายจับเป็นตัวประกัน ยืนตัวสั่นให้การว่า ขณะกำลังจะไปเปลี่ยนทองที่ร้าน เมื่อไปถึงพบพนักงาน 4 คน ให้บริการ ขณะกำลังเลือกทองอยู่ มีคนร้าย 2 คน ใส่ชุดสีดำทั้งชุด สวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีดำเดินตรงเข้ามา หนึ่งในคนร้ายเข้ามาล็อกคอไว้แล้วบอกว่า “อยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรหรอก” จากนั้นยิงปืน 2 นัด นัดแรกยิงขึ้นเพดาน นัดที่สองยิงไปที่ตู้กระจกโชว์ทองจนเป็นรู จากนั้นคนร้ายอีกคนได้อ้อมเข้าไปในเคาน์เตอร์ ไปกวาดทองในตู้ใส่ถุงกระดาษที่เตรียมมา แล้วคนร้ายที่ล็อกคอไว้ ได้พาเดินออกไปด้วย เมื่อไปถึงประตู ปรากฏว่า ประตูเปิดช้า คนร้ายจึงเอาด้ามปืนฟาดเข้าที่กระจกประตูแตก จึงสามารถเปิดประตูได้ และเมื่อออกจากประตูห้างบิ๊กซีได้แล้ว คนร้ายลากไปยังลานจอดรถทางขวามือของห้าง
      
นางสกุลรัตน์ ให้การต่อว่า ระหว่างที่คนร้ายจะพาไปขึ้นรถ จยย.ยามาฮ่า มีโอ สีขาว-น้ำเงิน ทะเบียน 131 ไม่ทราบจังหวัดและหมวดตัวอักษร ที่คนร้ายเตรียมมา คนร้ายสะดุดล้มลง ทำให้หลุดจากการถูกล็อก และจังหวะดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ ได้ยินคนร้องว่า มีการชิงทรัพย์ จึงรีบวิ่งเข้ามาขัดขวาง กระทั่งเกิดการยิงต่อสู้กันหลายนัด แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่กล้ายิงสวน เพราะเห็นว่ามีตัวประกันอยู่ จึงถูกคนร้ายยิงจนล้มลง แล้วคนร้ายจึงขึ้นรถ จยย.สตาร์ทเครื่องหลบหนีไป
      
ขณะ เดียวกัน คนร้ายอีกคนที่ถือถุงทองวิ่งออกจากห้างตามมา แต่ได้วิ่งอ้อมร้านค้า เพื่อจะไปจุดนัดพบ เพื่อขึ้นรถ จยย.หลบหนี แต่เมื่อไปถึงกลับพบเจ้าหน้าที่นอนเจ็บอยู่ จึงตรงไปควักปืนยิงเข้าใส่จำนวน 2 นัด ก่อนจะหันหลังเดินไป ทางเจ้าหน้าที่ได้พลิกตัวแล้วควักปืนยิงใส่จำนวน 1 นัด คนร้ายพยายามควักปืนออกมาต่อสู้ แต่ได้ล้มลง พร้อมถุงกระดาษใส่ทองตกลงพื้นในที่เกิดเหตุ และเสียชีวิตลง
      
ขณะ ที่ น.ส.นิภารัตน์ สายพราว อายุ 26 ปี พนักงานร้านทองออโรร่า ให้การว่า คนร้ายที่สวมหมวกกันน็อกแล้วล็อกคอลูกค้าออกไปด้านนอก จำรูปพรรณสัณฐานได้ว่า สูงประมาณ 170 เซนติเมตร ไม่เห็นใบหน้า เพราะสวมหมวกกันน็อก เมื่อเห็นคนร้ายหยิบปืนขึ้นมา ด้วยความตกใจรีบวิ่งไปหมอบอยู่ด้านหลังร้านทันที
      
ด้าน พล.ต.ท.วินัย กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่มีการวางมาตรการป้องกัน โดยประสานเจ้าหน้าที่จากกองบัญชาการตำรวจนครบาล และจากตำรวจตระเวนชายแดนเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยห้างสรรพสินค้า ธนาคาร ร้านค้า และ แหล่งชุมชน โดยกำหนดกำลังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ชุดเฉพาะกิจป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม วันละ 200 นาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็คาดการณ์ได้ถูกต้อง
      
“ถือว่า ด.ต.เชี่ยวชาญ ทำหน้าที่ได้อย่างน่ายกย่อง ไม่ถือเป็นการทำเกินกว่าเหตุ เพราะคนร้ายทั้ง 2 คนมีอาวุธปืน และได้ยิงต่อสู้จนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ที่วิสามัญฯคนร้ายเสียชีวิต ถือเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว” ผบช.น.กล่าว
      
พล.ต.ท. วินัย กล่าวต่อว่า ส่วนอาวุธปืนในที่เกิดเหตุของคนร้าย จะนำไปตรวจสอบอีกครั้ง เพราะเคยมีประวัติคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด .38 ก่อเหตุในหลายพื้นที่โดยเฉพาะย่านดอนเมือง และจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดในห้าง และบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาเส้นทางหลบหนีของคนร้ายอีกคน ขณะนี้ขอเวลาทางเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อน เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตอ่ไป ส่วนอาการ ด.ต.เชี่ยวชาญ เจริญสิริ นั้น ทราบว่า ปลอดภัยแล้ว