โปรโมทเว็บ | โปรโมทเว็บไซต์ | โปรโมทเว็บขายของ | โปรโมทเว็บฟรี !!! รับทำโฆษณาผ่าน Google Adwords และ Facebook Ads , SEO, การตลาดออนไลน์, การโปรโมทเว็บ, สื่อทางการตลาด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แก้ปัญหาหมึก Canon แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แก้ปัญหาหมึก Canon แสดงบทความทั้งหมด
1/04/2555
วิธีเติมหมึก Canon ตลับเบอร์ 40-41-830-831-810-811
ตลับหมึกเบอร์ 830-831-810-811 เป็นตลับราคาประหยัด ฟองน้ำไม่เต็ม ส่วนตลับ 40-41-810xl-811xl จะเป็นตลับราคาสูงกว่า ฟองน้ำเต็มตลับ
การเติมหมึกตลับที่ฟองน้ำไม่เต็ม ค่อนข้างยุ่งยากกว่าตลับที่ฟองน้ำเต็ม แต่ไม่เกินความสามารถถ้าคิดจะทำ
1. เปิดฝาเครื่องพิมพ์ให้ตลับหมึกเลื่อนมาพร้อมถอด แต่ ... อย่า.. ขอร้องอย่าเพิ่งถอด
2. แอบดึงปลั๊กไฟออก แกล้งไฟดับซะดื้อ ๆ (ถ้ามีไฟเลี้ยงอยู่ ตลับอาจช๊อตพังได้ครับ เพราะฉะนั้นตัดไฟปลอดภัยที่สุด)
3. ถอดตลับออกมา พร้อมแล้วที่จะทำมิดีมิร้าย
4. ดึงสติ๊กเกอร์ด้านบนออก จะเห็นรูระบายอากาศเล็ก ๆ หาทางคว้าน เจาะ ไช ขยายให้ใหญ่เพียงพอที่เข็มฉีดยาจะเสียบ
5. ขยายรูเสร็จแล้ว ก็เสียบเข็มฉีดยาพร้อมหมึกเข้าไป ไม่จำเป็นต้องเสียบเข็มทะลุเนื้อฟองน้ำ แค่แทงเข็มแตะโดนฟองน้ำ ก็เดินเข็มฉีดหมึกเข้าไปได้เลย
6. กรณีตลับ 830-831-811-810 ซึ่งฟองน้ำไม่เต็ม ตลับสีให้เติมหมึกสีล่ะ 3 ซีซี ตลับดำให้เติมสีดำ 8 ซีซี
กรณีตลับ 40-41-810xl-811xl ฟองน้ำเต็ม ตลับสีให้เติมหมึกสีล่ะ 5 ซีซี ตลับดำให้เติมสีดำ 15 ซีซี
7. ถ้าเติมหมึกมากเกินกว่าฟองน้ำจะอุ้มหมึกไหว จะพิมพ์ไม่ออกครับ แถมหมึกยังไหลออกทางหัวพิมพ์เรื่อย ๆ ต้องใช้ทิชชู่ซับหัวพิมพ์จนกว่าจะหยุดไหลจึงใส่เข้าเครื่อง
8. กรณีตลับ 830-831-810-811 ซึ่งมีฟองน้ำไม่เต็มตลับ เมื่อเติมเสร็จ ก็เสียบเข็มเข้าไปเพียงแค่แตะฟองน้ำ (แทงทะลุเนื้อฟองน้ำสัก 1 มิล) ดูดหมึกออก ถ้าดูดเจอแต่ลม ก็ OK หมึกไม่ล้นฟองน้ำ ถ้าดูดเจอหมึก ก็ต้องดูดหมึกที่ล้นฟองน้ำออกให้หมด
9. เอาทิชชู่ซับตรงหัวพิมพ์ ถ้าได้สีเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก็ OK เวิร์ค
10. หาสติ๊กเกอร์ หรือเทป มาปิดรู ป้องกันฝุ่นเข้า หรือจะไม่ปิดเลยก็ได้ ระวังอย่าปิดจนหมดจะพิมพ์ไม่ออก เหลือทางระบายอากาศไว้บ้าง
11. ใส่ตลับกลับคืน เสียบปลั๊กไฟ
12. สั่งล้างหัวพิมพ์ 1 ครั้ง (ควรจะสั่งล้างหัวพิมพ์ทุกครั้งหลังจากเติมหมึก) เพราะการล้างหัวพิมพ์จะช่วยดูฟองอากาศในฟองน้ำออกด้วย
--------- เพิ่มเติม ----------
หลังจากเติมหมึกใช้ไปได้สักพักใหญ่ หรืออาจจะเติมหมึก 2-3 รอบแล้ว ระบบเตือนหมึกหมดก็จะขึ้นเตือน นั่นคือ Error No.4 หรือไฟส้มกระพริบ 4 ครั้ง เครื่องจะไม่ยอมพิมพ์งาน ก็ให้กดปุ่ม resume หรือปุ่มที่ไฟส้มกระพริบ 4 ครั้ง ค้างไว้ 5 วินาทีเครื่องก็จะสามารถพิมพ์งานต่อได้
แต่ถ้าไฟกระพริบ 5 หรือ 7 ครั้ง แสดงว่าตลับหมึกมีปัญหา อาจต้องเปลี่ยนใหม่
จากการใช้งานพบว่าตลับ 831 (สี) จะเสียง่ายมาก หลังจากเติมหมึกไปเพียงไม่กี่ครั้ง ดังนั้นควรเตรียมงบไว้สำหรับซื้อตลับหมึกสีอันใหม่ไว้ด้วย แนะนำให้ซื้อตลับหมึกสีเบอร์ 41 เพราะฟองน้ำเต็ม และทนทานเติมหมึกได้หลายครั้ง ส่วนตลับดำ 830 พบว่าทนทาน สามารถใช้คู่กับตลับสี 41 ได้ยาวนาน
สำหรับตลับเบอร์ 810-811 เสียง่ายครับ
วิธีเติมหมึก Canon ตลับ #5 #8 #820 #821
การเติมหมึกตลับ Canon ชนิดตลับแยกสีนี้ ควรเติมหลังจากที่
1. โปรแกรมของเครื่องพิมพ์เตือนว่าหมึก"สีนั้น"หมด
2. ที่เครื่องพิมพ์ขึ้นไฟกระพริบไม่สามารถพิมพ์ต่อได้
3. ให้กดปุ่ม Resume ที่เครื่องพิมพ์ค้างไว้ 5 วินาที แล้วเครื่องก็จะพิมพ์งานต่อได้
4. หลังจากพิมพ์งานเสร็จจึงค่อยถอดตลับ"สีนั้น"มาเติมหมึก
ซึ่งตลับแต่ล่ะสี จะไม่หมดพร้อมกัน ตลับสีไหนหมดก่อนก็เติมสีนั้นก่อนจึงจำต้องทำขั้นตอนข้อ 1-4 ทั้งหมด 4 รอบ แล้วแต่สีไหนหมดก่อน (เครื่อง 4 ตลับ) ห้ามเติมหมึกตลับที่ยังไม่หมดก่อนล่วงหน้า มิฉะนั้นโปรแกรมอาจล๊อก ทำให้ไม่สามารถใช้ตลับนั้นได้ แต่หลังจากทำขั้นตอน 1-4 ครบทุกสี สามารถถอดตลับมาเติมหมึกเมื่อไรก็ได้ตามใจชอบ
หากเครื่องขึ้นข้อความถามประมาณว่า
"ตลับสีหมึกหมดแล้ว หากต้องการใช้ต่อให้ตอบตกลง" ?
"ต้องการยกเลิกระบบตรวจเช็คระดับหมึก ใช่หรือไม่" ?
ก็ตอบ OK ตกลง ใช่ ไปเรื่อย ๆ
ตลับหมึกรุ่นนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนครับ
1. ส่วนที่มีฟองน้ำ (ห้องใหญ่)
2. ส่วนที่เป็นห้องเก็บน้ำหมึก (ห้องเล็ก)
ปกติที่เห็นโดยทั่วไป วิธีเติมหมึกจะเจาะด้านบนของห้องเก็บน้ำหมึก เติมหมึกเข้าไปแล้ว seal ด้วยปืนกาว หรืออาจจะขันน๊อตปิดไม่ให้อากาศเข้าได้ ซึ่งถ้า seal ไม่ดี หรือ เวลาเติมหมึกครั้งใหม่ก็ต้องเปิดรูแล้ว seal ใหม่อยู่เรื่อย ถ้าอุดไม่ดีอาจมีปัญหาอากาศรั่วเข้าไปได้ หมึกก็จะไหลท่วมเครื่องเสียหายได้
อย่ากระนั้นเลย มาลองใช้วิธีเติมหมึกโดยไม่ต้อง seal ให้ยุ่งยาก หมึกหมดก็แค่ถอดตลับมาเสียบเข็มฉีดหมึกให้เต็ม ง่ายจะตายไป
นี่ครับโฉมหน้าตลับ Canon เบอร์ 8 เบอร์ 5
คัดนายแบบออกมา 1 นาย ขอเป็นสีเหลืองล่ะกัน ทุกครั้งที่จะถอดตลับให้ตัดไฟก่อนครับ ไม่งั้นตัวชิปเสียหน้ามืด
1. เปิดฝาให้ตลับเลื่อนมาพร้อมถอด แต่ .. อย่าเพิ่งถอด
2. ดึงปลั๊กไฟออกแกล้งไฟดับ แล้วค่อยถอดตลับออกมา
ตรงวงกลมสีแดง คือ ส่วนที่เราจะทำการเจาะรูเพื่อเติมหมึกครับ
นี่ไง เจาะรูเรียบร้อยแล้ว ผมใช้หัวแร้งบัดกรีจี้นำเป็นรูเล็ก ๆ แล้วค่อยเอาไขควงซ่อมนาฬิกาอันเล็กคว้านให้ใหญ่ แหะ..แหะ.. ถ้าฟังดูซับซ้อน ก็ใช้สว่านเจาะ หรือทำยังไงก็ได้ให้ได้รูขนาดเข็มฉีดยาเสียบเข้าไปได้
อุปกรณ์สำคัญที่จำเป็นต้องมี คือ เข็มฉีดยาขนาด 3-4 นิ้ว หาซื้อได้ตามร้านขายยาชั้นนำทั่วไป (ร้านขายยาเล็ก ๆอาจไม่มีขายครับ) ที่ต้องยาวเพราะต้องเสียบเข้าไปให้ถึงห้องที่เก็บน้ำหมึกครับ
เสียบเข้ามาแล้ว เห็นหัวเข็มทะลุฟองน้ำเข้าไปยังห้องเล็กที่เก็บน้ำหมึก
อีกรูป ชัด ๆ
เรียบร้อยครับพี่น้อง หมึกเต็มสมใจนักเติมหมึก
โอ้ ... รูเติมไม่ต้อง seal ให้ยุ่งยาก หมึกไม่รั่วออกมาอยู่แล้ว ฟองน้ำอุ้มน้ำหมึกไว้
สภาพตลับเดิม ๆครับพี่น้อง ไม่ต้องไปแกะสติ๊กเกอร์ เจาะ ๆซีล ๆให้วุ่นวายเหมือนก่อน
== แถมท้าย ==
สำหรับผู้ที่ไม่อยากเจาะตลับวุ่นวาย ก็ให้ใช้วิธีหยดหมึกติ๋ง ๆลงไปบนฟองน้ำกลมโดยตรงก็ได้ครับ
(หงายตลับขึ้นมา ตรงช่องหมึกออกนั่นล่ะ จะเห็นช่องกลม ๆและฟองน้ำ) แต่จะเติมหมึกได้แค่เต็มฟองน้ำเท่านั้น ไม่สามารถเติมหมึกที่ห้องเล็กเก็บน้ำหมึกได้ เวลาเติมอย่าให้เข็มฉีดยาไปโดนฟองน้ำจนเสียรูปล่ะ
ควรจะเติมหมึกให้ฟองน้ำชุ่มหมึกอยู่เสมอ การปล่อยให้ตลับมีหมึกเหลือนิดเดียวไว้นาน ๆไม่รีบเติม
หมึกจะแห้ง ส่งผลให้ฟองน้ำแข็ง ไม่ซึมซับหมึกตามภาพที่เห็นตลับสีเหลืองฟองน้ำยังซึมซับหมึกได้ดี
ถ้าเกิดสภาวะฟองน้ำแข็งจะเห็นสีเหลืองในฟองน้ำแบ่งเป็น 2 สี อ่อนกับเข้ม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)